วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

week 9 : เรื่องที่นักเรียนสนใจ 3

        เรื่องสุดท้ายแล้วก็เป็นเรื่องที่สนใจ งั้นวันนี้ขอนำเสนอการเฉดดิ้งใบหน้าให้ออกมาเรียวเล็กเพื่อเอาใสสาวๆกัน

         เฉดดิ้ง (shading) หรือ คอนทัวร์ (Contour) คือขั้นตอนที่ช่วยให้ใบหน้ามีมิติยิ่งขึ้น สามารถช่วยอำพรางจุดที่ต้องการปรับให้เล็กหรือแคบลง วิธีการลงเฉดดิ้งที่ดีควรลงสีเข้มกว่าสีผิวจริงประมาณ 2 เฉดสี เพื่อสร้างเงาบนใบหน้า
        ไฮไลท์ (hi-light) คือขั้นตอนการลงสีที่สว่างกว่าสีผิวจริง เป็นการเน้นจุดที่ต้องการให้โดดเด่นขึ้นมา เช่น บริเวณสันจมูก หรือโหนกแก้ม


         ใบหน้าแบบนี้จะต้องเฉดดิ้ง ไฮไลท์แบบไหน?
         ลักษณะใบหน้าของเรานั้นต่างกัน ดังนั้นการเฉดดิ้ง การไฮไลท์ก็จะต่างกันออกไปดังนี้
         
         สาวหน้ารูปไข่ เป็นรูปหน้าที่ดูเพอร์เฟ็คท์ที่สุด ให้ลงเฉดดิ้งบริเวณข้างแก้ม ตั้งแต่กลางแก้มไล่มาทางขากรรไกร โดยปัดเฉียงจากบนลงล่างด้วยบรอนเซอร์สีน้ำตาลหรือสีทองแดง อาจจะเหลือสีบรอนเซอร์ให้เข้มกว่าผิวระดับนึง เริ่มปัดอย่างเบามือก่อน แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักให้มากขึ้นตามความต้องการได้เลยค่ะ จากนั้นจึงปัดไฮไลท์บริเวณหน้าแก้มให้เหนือบลัชออน

             สาวหน้าเหลี่ยม การปรับรูปหน้าทำให้ใบหน้าดูกลมมน การเฉดดิ้งจะเริ่มที่ ใต้โหนกแก้มให้ดูชัดขึ้น แล้วลบเหลี่ยมบริเวณช่วงกราม จากนั้นปัดแก้มเบาๆ ระหว่างใต้โหนกแก้มและกราม

              สาวหน้ารูปหัวใจ หน้ารูปนี้ต้องเฉดดิ้งบริเวณขมับมากขึ้น เพื่อให้บริเวณหน้าผากดูแคบลง และใช้บลัชออนปัดแก้มตามแนวขวางให้รูปหน้าดูกว้างขึ้น แล้วเฉดดิ้งอีกครั้งบริเวณคาง ไม่ดูแหลมจนเกินไป เลือกบลัชออนสีพีชหรือสีชมพูอมส้ม หรือสีบลัชออนตามที่สาวๆ ชอบเลยจ้า

               สาวรูปหน้ากลม ควรลงไฮไลท์บริเวณหน้าผาก สันจมูก และตามด้วยคาง เพื่อสร้างจุดเด่น และให้ใบหน้าดูยาวขึ้นด้วย จากนั้นจึงลงบรอนเซอร์บริเวณข้างแก้มจะช่วยหลบแสงให้ใบหน้าดูเล็กลง

ตัวอย่างการลงเฉดดิ้ง









อ้างอิง
http://www.beautyintrend.com/%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81.atc?icd=d2cb4
http://pantip.com/topic/30703571

           

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Week 8 : Review / แนะนำ การใช้งานโปรแกรม

               สัปดาห์นี้บล๊อกเกอร์ขอแนะนำแอพพลิเคชันที่จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆตัวนึงคือ LexicEN Lite
แอพพลิเคชันตัวนี้เป็นดิชชันนารีอังกฤษ-อังกฤษ

                   การใช้งานก็ง่ายมากเริ่มต้นที่เพื่อนๆต้องมีแอพพลิเคชันตัวนี้เสียก่อน ซึ่งสามารถโหลดได้ง่ายและที่สำคัญฟรีด้วย พร้อมแล้วเราก็มาดูการใช้งานเจ้าแอพพลิเคชันตัวนี้กันเลย


เมื่อเริ่มใช้งานจะได้ลักษณะแบบนี้

ลองค้นหาความหมายโดยพิมพ์คำว่า school ลงไป

เมื่อกดดูความหมายจะได้แบบนี้ ซึ่งแต่ละความหมายจะมีตัวอย่างประโยคให้

สามารถฟังการออกเสียงได้โดยกดสัญลักษณ์ที่วงกลมไว้

อยากเก็บคำศัพท์นี้ไว้เป็นคำศัพท์ที่ชอบทำได้โดยกดสัญลักษณ์ที่วงกลมไว้

คำศัพท์ที่เรากดดาวไว้ก็จะมาปรากฏในหน้า Favorites

หากเราไม่อยากเก็บคำศัพท์นี้แล้วก็สามารถลบออกได้

อีกหน้าที่ควรรู้จักคือ History ในหน้านี้จะปรากฏคำศัพท์ที่เราเคยเปิดหาทั้งหมด

หน้าสุดท้ายคือ settingsคือหน้าที่เราสามารถตั้งค่การใช้งานต่างๆได้

           สำหรับแอพพลิเคชันที่เป็นดิชชันนารีแบบนี้ก็มีอีกหลายแอพที่เพื่อนๆสามารถลองไปหาโหลดมาใช้งานได้ บล๊อกเกอร์หวังว่าการแนะนำแอพพลิเคชันตัวนี้จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆทุกคนนะคะ












วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

week7: คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละตินว่า Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคำนวณ  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคอมพิวเตอร์ไว้ว่า "เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เหมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ที่ง่ายและซับซ้อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์"

คอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม จะมีลักษณะการทำงานของส่วนต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กันเป็นกระบวนการ  โดยมีองค์ประกอบพื้นฐานหลักคือ  Input  Process และ output 
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือ คอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ก (อังกฤษ: computer network; ศัพท์บัญญัติว่า ข่ายงานคอมพิวเตอร์) คือเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมระหว่างคอมพิวเตอร์จำนวนตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆในเครือข่าย (โหนดเครือข่าย) จะใช้สื่อที่เป็นสายเคเบิลหรือสื่อไร้สาย เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่รู้จักกันดีคือ อินเทอร์เน็ต
องค์ประกอบพื้นฐานของเครือข่าย
การที่คอมพิวเตอร์จะเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายได้ ต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานดังต่อไปนี้
 - คอมพิวเตอร์ อย่างน้อย  2  เครื่อง
 - เน็ตเวิร์ดการ์ด  หรือ  NIC ( Network  Interface  Card) เป็นการ์ดที่เสียบเข้ากับช่องที่ เมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์  ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
 - สื่อกลางและอุปกรณ์สำหรับการรับส่งข้อมูล  เช่น  สายสัญญาณ  ส่วนสายสัญญาณที่นิยมที่ใช้กันในเครือข่ายก็เช่น  สายโคแอ็กเชียล  สายคู่เกลียวบิด  และสายใยแก้วนำแสง  เป็นต้น ส่วนอุปกรณ์ เครือข่าย  เช่น  ฮับ สวิตช์ เราท์เตอร์ เกตเวย์ เป็นต้น
- โปรโตคอล  ( Protocol) โปรโตคอลเป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์ใช้ติดต่อสื่อสารกันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่สามารถสื่อสารกันได้นั้นจำเป็นที่ต้องใช้  “ภาษาหรือใช้โปรโตคอลเดียวกันเช่น  OSI,  TCP/IP,  IPX/SPX เป็นต้น
- ระบบปฏิบัติการเครือข่าย  หรือ NOS (Network Operating System)ระบบปฏิบัติการเครือข่ายจะเป็นตัวคอยจัดการเกี่ยวกับการใช้งานเครือข่ายของผู้ใช้แต่ละคน
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)
การนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเพื่อประโยชน์ของการสื่อสารนั้น สามารถกระทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป โดยทึ่วไปแล้วโครงสร้างของเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถจำแนกตามลักษณะของการเชื่อมต่อดังต่อไปนี้

        1. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส (bus topology)
        โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส จะประกอบด้วย สายส่งข้อมูลหลัก ที่ใช้ส่งข้อมูลภายในเครือข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง จะเชื่อมต่อเข้ากับสายข้อมูลผ่านจุดเชื่อมต่อ เมื่อมีการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องพร้อมกัน จะมีสัญญาณข้อมูลส่งไปบนสายเคเบิ้ล และมีการแบ่งเวลาการใช้สายเคเบิ้ลแต่ละเครื่อง ข้อดีของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ ใช้สื่อนำข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบโดยรวม แต่มีข้อเสียคือ การตรวจจุดที่มีปัญหา กระทำได้ค่อนข้างยาก และถ้ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา





        2. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (ring topology)
        โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน มีการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่แต่ละการเชื่อมต่อจะมีลักษณะเป็นวงกลม การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายนี้ก็จะเป็นวงกลมด้วยเช่นกัน ทิศทางการส่งข้อมูลจะเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ จากเครื่องหนึ่งจนถึงปลายทาง ในกรณีที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งขัดข้อง การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายชนิดนี้จะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ข้อดีของโครงสร้าง เครือข่ายแบบวงแหวนคือ ใช้สายเคเบิ้ลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออกจากระบบ ก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบเครือข่ายนี้ และจะไม่มีการชนกันของข้อมูลที่แต่ละเครื่องส่ง


        3. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว (star topology)
        โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะต้องมีจุกศูนย์กลางในการควบคุมการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรือ ฮับ (hub) การสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ จะสื่อสารผ่านฮับก่อนที่จะส่งข้อมูลไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบดาวมีข้อดี คือ ถ้าต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในระบบ ส่วนข้อเสีย คือ ค่าใช้จ่ายในการใช้สายเคเบิ้ลจะค่อนข้างสูง และเมื่อฮับไม่ทำงาน การสื่อสารของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบก็จะหยุดตามไปด้วย

       



 4.โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบแมช (mesh topology) เป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อที่มีความนิยมมากและมีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากถ้ามีเส้นทางของการเชื่อมต่อคู่ใดคู่หนึ่งขาดจากกัน การติดต่อสื่อสารระหว่างคู่นั้นยังสามารถติดต่อได้โดยอุปกรณ์จัดเส้นทาง (router) จะทำการเชื่อมต่อเส้นทางใหม่ไปยังจุดหมายปลายทางอัตโนมัติ การเชื่อมต่อแบบนี้มักนิยมสร้างบนเครือข่ายแบบไร้สาย
เครือข่ายคอมพิวเตอร์
 1) เครือข่ายส่วนบุคคล หรือแพน (Personal Area Network : PAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ส่วนบุคคล เช่น การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือ การเชื่อมต่อพีดีเอกับเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งการเชื่อมต่อแบบนี้จะอยู่ในระยะใกล้ และมีการเชื่อมต่อแบบไร้สาย



  2) เครือข่ายเฉพาะที่ หรือแลน (Local Area Network: LAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เช่น ภายในบ้าน ภายในสำนักงาน และภายในอาคาร สำหรับการใช้งานภายในบ้านนั้นอาจเรียกเครือข่ายประเภทนี้ว่า เครือข่ายที่พักอาศัย (home network) ซึ่งอาจใช้การเชื่อมต่อแบบใช้สายหรือไร้สาย



  3) เครือข่ายนครหลวง หรือแมน (Metropolitan Area Network : MAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้เชื่อมโยงแลนที่อยู่ห่างไกลออกไป  เช่น  การเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างสำนักงานที่อาจอยู่คนละอาคารและมีระยะทางไกลกัน  การเชื่อมต่อเครือข่ายชนิดนี้อาจใช้สายไฟเบอร์ออพติก หรือบางครั้งอาจใช้ไมโครเวฟเชื่อมต่อ เครือข่ายแบบนี้ใช้ในสถานศึกษามีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเครือข่ายแคมปัส (Campus Area Network: CAN)




  4) เครือข่ายวงกว้าง หรือแวน  (Wide Area Network: WAN)  เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายอื่นที่อยู่ไกลกันมาก เช่น เครือข่ายระหว่างจังหวัด หรือระหว่างภาครวมไปถึงเครือขายระหว่างประเทศ






อ้างอิง

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

week 6 : วิเคราะห์ข้อสอบ o-net คอมพิวเตอร์ (5ข้อ)

วิเคราะห์ข้อสอบ o-net คอมพิวเตอร์ (5ข้อ)

1. ไฟล์ประเภทใดในข้อต่อไปนี้เก็บข้อมูลในลักษณะตัวอักษร.
1.  ไฟล์เพลง  MP 3 (mp 3)
2.  ไฟล์รูปประเภท  JPEG (jpeg)
3.  ไฟล์แสดงผลหน้าเว็บ (html)
4.  ไฟล์วีดีโอประเภท  Movie (movie)
ตอบ ข้อ 3.เพราะ HTML (ย่อมาจาก Hyper Text Markup Language)   เป็นภาษาประเภท Markup Language ที่ใช้ในการสร้างเว็บเพจ   มีแม่แบบมาจากภาษา SGML (Standard Generalized Markup Language) ที่ตัดความสามารถบางส่วนออกไป เพื่อให้สามารถทำความเข้าใจและเรียนรู้ได้ง่าย   ปัจจุบันมีการพัฒนาและกำหนดมาตรฐานโดยองค์กร World Wide Web Consortium (W3C)

2. ข้อใดเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายทั้งหมด.
1.  Wi-Fi  ,  IP              2.  Wi-Fi  ,Bluetooth
3.  3G  ADSL                4.  3G    Ethernet
ตอบ ข้อ 2. เพราะ Wi-Fi (Wireless Fidelity) หมายถึงเครือข่ายชนิดหนึ่งของ WLAN (Wireless Local Area Network) บางครั้งอาจเรียกว่า IEEE802.11  Bluetooth ก็เป็นระบบเครือข่ายชนิดหนึ่ง แต่เรียกว่า Wireless Personal Area Network (WPAN)เป็นกลุ่มของเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบเพื่อการสื่อสารระยะทางสั้นๆ เพื่อกำจัดสายทองแดงหรือสายเคเบิ้ลที่ต้องใช้ต่อกับเครื่องมือหลายอย่าง เป็นระบบที่ไม่ต้องมี HotSpot(Access Point)   ทั้ง WiFi และBluetooth เป็นพวก Wireless คือ ไร้สาย(ไม่ใช้สายในการติดต่อสื่อสาร)

3.ข้อใดไม่ใช่ระบบปฏิบัติการที่นำมาใช้บนอุปกรณ์พกพาประเภท  Smartphone.
1.  Ubumtu       2.  Iphone  os
3.  Android      4.  Symbian
ตอบ ข้อ  1 เพราะ Ubuntu คือ Operating System หนึ่งที่พัฒนามาจากระบบ Unix (เช่นเดียวกับ Mac OS X)

แต่เป็นซอฟต์แวร์เสรีทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถแก้ไขดัดแปลงได้โดยเสรี

4. ผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยของข้อมูล เช่น กำหนดการเข้าถึงข้อมูลของแต่ละคน ตรงกับบุคคลต่อไปนี้
1.  Programmers                            2.  DBA
3.  DBMS                                      4.  Computer Analysis    
ตอบ ข้อ 4. เพราะ  Computer Analysis  คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยของข้อมูล

5.หน่วยใดในฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่ในการคำนวณและประมวลผล ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของคอมพิวเตอร์
                1. Input Unit                                       2.CPU
              3. Memory Unit                                 4.Output Unit

ตอบ ข้อ 2. เพราะ CPU หรือ Central Processing Unit คือหัวใจหลักในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จึงขาดซีพียูไม่ได้ ซีพียู เป็นตัวควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงที่ต่อร่วมกับคอมพิวเตอร์



อ้างอิง






วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

week5


สัปดาห์นี้พิมจะขอเสนอเทคนิคการมิกซ์แอนแมทซ์เสื้อผ้า ให้ออกมาน่ารัก สดใส สมวัย หรือ อาจจะเพื่อการเปลี่ยนลุค ถ้าเพื่อนๆพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

1. เดรสขาวกับสตรีทแฟชั่นสไตล์สาวHollywood
การหยิบเดรสขาวมาสวมใส่ในวันสบายๆนั้น บางครั้งอาจให้อารมณ์ที่ดูอ่อนหวานเกินความจำเป็น แต่ถ้าสาวๆเลือกหยิบเดรสขาวมามิกซ์แอนด์แมทช์ กับไอเท็มชิ้นอื่นๆที่ให้ความรู้สึกเบรคความอ่อนโยน คุณก็จะได้เดรสขาวที่กลายเป็น สตรีทแฟชั่นที่ดูลงตัวได้ 
         

2.ลายสก๊อต ฮอตฮิตทุกฤดู ใส่กี่ทีแนว
 ด้วยความที่เสื้อผ้าแฟชั่น ลายตาราง และและ ลายสก๊อต ฮอตฮิตไม่มีวันหยุด จะหยิบมาสวมใส่ซีซั่นไหนก็ไม่มีตกเทรนด์  วิธีแมทให้เริ่ดและชิคสุดๆ คือ อย่าใส่ ลายสก๊อต มากเกินไป  ขอให้เลือกเป็นแค่ไอเทมเด็ดชิ้นเดียวพอ  สาวๆควรเลือก เลือกเสื้อผ้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งเป็นลายสก็อต อาจเป็นเสื้อ กางเกง หรือกระโปรง จากนั้นก็นำมาแมทกับอีกชิ้นที่เป็นสีพื้น อย่างที่ดำ เทา ยีนส์ หรือไม่ก็ใส่คู่กับเครื่องหนัง

3.มิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าสีคลาสสิค
-น้ำเงิน+ดำ+ทอง

-ขาว+เทา
             -พีช+ขาว+ครีม+ยีนส์
-ชมพู+น้ำตาล+ยีนส์
-ครีม+น้ำตาลเข้ม

4.มิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อเปล่าเรียบๆ ให้สนุกขึ้น
เสื้อเปล่าสีพื้นๆ เรียบๆ ไม่มีลวดลายอย่าง สีขาว สีครีม สีดำ สีเทา คือไอเทมที่ยังไงก็ควรมีไว้ในตู้เสื้อผ้า เพราะเป็น Tops ที่สามารถหยิบมาแมทช์เข้าได้กับแอคเซสเซอรี่ทุกสิ่งอย่างในโลกนี้ แล้วก็เหมาะมากๆ กับสาวกแฟชั่นนิสต้าที่ชอบใส่เครื่องประดับเยอะๆ หรือชอบเล่นสนุกกับดีเทลของเครื่องแต่งกายท่อนล่าง อย่าง กระโปรง กางเกงทรงแปลกๆ หรือที่เล่นลวดลายกราฟิกแบบไม่ยั้ง หรือจะแมทช์กับเสื้อคลุม คาดิแกน ที่มีดีเทลเก๋ๆ ก็ยังง่าย และออกมาดูดี

5.มิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้ากับ รองเท้า Converse ให้สวยเจิด
แมทช์กับชุดสีขาวเข้าเซ็ตกัน พร้อมคลุมทับด้วยเสื้อยีนส์
แมทชืกับเสื้อเชิ้ตตัวบางกับกระโปรงชายระบาย
แมทช์กับเสื้อครอปและกางเกงยีนส์ทรงบอย
แมทช์กับแม็กซี่เดรสตัวยาว
แมทช์กับชุดเอี๊ยมยีน
อ้างอิง